ข้อมูล ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2568

ราคาเอทานอลอ้างอิง เดือนตุลาคม 2568

19.81 บาท/ลิตร

สถานการณ์ราคาวัตถุดิบเพื่อผลิตเอทานอล (ไทย)

 กากน้ำตาล (ในประเทศ) : -

 กากน้ำตาล (ส่งออก) : 3.98 บาท/กก. (ส.ค. 68)

 มันสำปะหลัง 25% : 2.13 บาท/กก. (1-10 ต.ค. 68)

 มันเส้น : 6.25 บาท/กก. (1-10 ต.ค. 68)

สถานการณ์ราคาเอทานอล (ในและต่างประเทศ)

 เอทานอล (ไทย) : 19.81 บาท/ลิตร

 เอทานอล (ฟิลิปปินส์) : 48.25 บาท/ลิตร (ส.ค. 68)

 เอทานอล (อเมริกา) : 16.56 บาท/ลิตร (1-10 ต.ค. 68)

 เอทานอล (บราซิล) : 18.94 บาท/ลิตร (1-10 ต.ค. 68)

สถานการณ์การผลิตเอทานอล

ปัจจุบันมีโรงงานผู้ผลิตเอทานอลทั้งสิ้น 28 ราย กําลังการผลิตเอทานอลรวม 7.02 ล้านลิตร/วัน ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตเอทานอล เดือน ส.ค. 68 อยู่ที่ 3.63 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ค. 68 อยู่ที่ประมาณ 0.17 ล้านลิตร/วัน ปริมาณการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 51.7

สถานการณ์การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน

ข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เดือน ส.ค. 68 ประมาณ 31.36 ล้านลิตร/วัน ลดลงจากเดือน ก.ค. 68 เท่ากับ 1.04 ล้านลิตร/วัน แบ่งเป็น

 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 : 0.06 ล้านลิตร/วัน

 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 : 4.95 ล้านลิตร/วัน

 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 : 19.66 ล้านลิตร/วัน

 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 : 6.33 ล้านลิตร/วัน

 น้ำมันเบนซิน 95 : 0.35 ล้านลิตร/วัน

ราคาเอทานอล (หน่วย: บาท/ลิตร)

ราคาวัตถุดิบในประเทศ (หน่วย: บาท/ลิตร)

สถานการณ์การใช้น้ํามันกลุ่มเบนซินและการใช้เอทานอล (หน่วย: ล้านลิตร/วัน)

บทวิเคราะห์สถานการณ์

สถานการณ์ตลาดเอทานอลและน้ำตาลโลก (สอน.)

   - (1) ผู้เชี่ยวชาญในตลาดกล่าวว่า แม้รายได้จากการขายเอทานอลของบราซิลตอนนี้ดีกว่ารายได้จากการขายน้ำตาล และบางโรงงานได้ปรับสัดส่วนการผลิตแล้ว แต่โรงงานบางโรงยังคงถูกจำกัดด้วยสัญญาซื้อขายน้ำตาล อีกทั้งส่วนต่างของราคายังไม่กว้างพอที่จะยกเลิกสัญญาดังกล่าวได้ (2) รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรรัฐของมหาราษฏระ (Maharashtra) ระบุว่า ปริมาณผลผลิตน้ำตาลของรัฐในปี 2568/2569 อยู่ที่ 8.50 – 9.60 ล้านตัน โดยปริมาณผลผลิตน้ำตาลจำนวน 2 ล้านตันจะถูกนำไปผลิตเป็นเอทานอล ด้านตัวแทนชาวไร่ได้ออกมากล่าวว่า ปริมาณผลผลิตอ้อยต่อไร่น่าจะลดลง 10 – 12 ตัน/เอเคอร์ เนื่องจากปัญหาอุทกภัย ขณะเดียวกันรัฐบาลรายงานว่า ในปีการผลิต 2567/2568 โรงงานน้ำตาลได้ชำระหนี้ค่าอ้อยแล้ว 99.10% และมีรายได้จากการขายเอทานอลอยู่ที่ 64,000 ล้านรูปี (722 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)