ข้อมูล ณ วันที่ 14 มกราคม 2568
ราคาเอทานอลอ้างอิง เดือนมกราคม 2568
23.41 บาท/ลิตร
สถานการณ์ราคาวัตถุดิบเพื่อผลิตเอทานอล (ไทย)
กากน้ำตาล (ในประเทศ) : 6.65 บาท/กก. (พ.ย. 67)
กากน้ำตาล (ส่งออก) : 6.89 บาท/กก. (พ.ย. 67)
มันสำปะหลัง 25% : 2.28 บาท/กก. (1-14 ม.ค. 68)
มันเส้น : 5.51 บาท/กก. (1-14 ม.ค. 68)
สถานการณ์ราคาเอทานอล (ในและต่างประเทศ)
เอทานอล (ไทย) : 23.41 บาท/ลิตร
เอทานอล (ฟิลิปปินส์) : 46.28 บาท/ลิตร (ธ.ค. 67)
เอทานอล (อเมริกา) : 15.05 บาท/ลิตร (1-14 ม.ค. 68)
เอทานอล (บราซิล) : 17.28 บาท/ลิตร (1-14 ม.ค. 68)
สถานการณ์การผลิตเอทานอล
ปัจจุบันมีโรงงานผู้ผลิตเอทานอลทั้งสิ้น 28 ราย กําลังการผลิตเอทานอลรวม 6.77 ล้านลิตร/วัน ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตเอทานอล เดือน พ.ย. 67 อยู่ที่ 2.94 ล้านลิตร/วัน ลดลงจากเดือน ต.ค. 67 อยู่ที่ประมาณ 0.43 ล้านลิตร/วัน ปริมาณการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 43.46
สถานการณ์การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน
ข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เดือน พ.ย. 67 ประมาณ 31.28 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค. 67 เท่ากับ 0.08 ล้านลิตร/วัน แบ่งเป็น
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 : 0.07 ล้านลิตร/วัน
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 : 5.42 ล้านลิตร/วัน
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 : 17.98 ล้านลิตร/วัน
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 : 7.4 ล้านลิตร/วัน
น้ำมันเบนซิน 95 : 0.41 ล้านลิตร/วัน
ราคาเอทานอล (หน่วย: บาท/ลิตร)
ราคาวัตถุดิบในประเทศ (หน่วย: บาท/ลิตร)
สถานการณ์การใช้น้ํามันกลุ่มเบนซินและการใช้เอทานอล (หน่วย: ล้านลิตร/วัน)
บทวิเคราะห์สถานการณ์
สถานการณ์ตลาดเอทานอลและน้ำตาลโลก (สอน.)
- (1) สำนักงานปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ และเชื้อเพลิงชีวภาพแห่งชาติของบราซิล (ANP) รายงานว่า ในเดือนพฤศจิกายน 2567 ปริมาณการบริโภคไฮดรัสอยู่ที่ 1.80 พันล้านลิตร ซึ่งลดลง 2.80 % เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2567 แต่เพิ่มขึ้น 10.60 % เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทำให้ปริมาณการบริโภคไฮดรัสตลอดเดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2567 อยู่ที่ 19.69 พันล้านลิตร ซึ่งเพิ่มขึ้น 37.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่ปริมาณการบริโภคน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 40.16 พันล้านลิตร ซึ่งลดลง 4.10 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ด้านบริษัทที่ปรึกษา StoneX คาดว่า ในปี 2568 ปริมาณการบริโภคน้ำมันเบนซินจะเติบโตขึ้น 3.40% เนื่องจากมีความสามารถในการแข่งขันกับไฮดรัสมากขึ้น แม้ว่าการเพิ่มสัดส่วนของแอนไฮดรัสในน้ำมันเบนซินอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการของตลาด (2) ศูนย์วิจัยพลังงานและวัสดุแห่งชาติบราซิล (CNPEM) รายงานว่า เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ที่ผลิตจากอ้อยโดยใช้กระบวนการผลิตแบบ ATJ จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงเครื่องบินทั่วไป โดยศูนย์วิจัยระบุอีกว่า SAF ที่ผลิตจากอ้อยมีต้นทุนการผลิตสูงกว่าเชื้อเพลิงเครื่องบินทั่วไปถึงสี่เท่า และแพงกว่าการผลิต SAF จากน้ำมันถั่วเหลืองถึงสองเท่า (3) บริษัทที่ปรึกษา Itau BBA กล่าวว่า รัฐบาลอินเดียอาจพิจารณาการนำข้อจำกัดในการใช้อ้อยเพื่อผลิตเป็นเอทานอลกลับมาใช้ใหม่ หากเกิดความกังวลเกี่ยวกับปริมาณผลผลิตน้ำตาลในประเทศ