ข้อมูล ณ วันที่ 04 กันยายน 2567

ราคาเอทานอลอ้างอิง เดือนกันยายน 2567

30.32 บาท/ลิตร

สถานการณ์ราคาวัตถุดิบเพื่อผลิตเอทานอล (ไทย)

 กากน้ำตาล (ในประเทศ) : 6.22 บาท/กก. (พ.ค. 67)

 กากน้ำตาล (ส่งออก) : 7.44 บาท/กก. (ก.ค. 67)

 มันสำปะหลัง 25% : 2.95 บาท/กก. (1-4 ก.ย. 67)

 มันเส้น : 7.55 บาท/กก. (1-4 ก.ย. 67)

สถานการณ์ราคาเอทานอล (ในและต่างประเทศ)

 เอทานอล (ไทย) : 30.32 บาท/ลิตร

 เอทานอล (ฟิลิปปินส์) : 51.01 บาท/ลิตร (มิ.ย. 67)

 เอทานอล (อเมริกา) : 16.50 บาท/ลิตร (1-4 ก.ย. 67)

 เอทานอล (บราซิล) : 18.15 บาท/ลิตร (1-4 ก.ย. 67)

สถานการณ์การผลิตเอทานอล

ปัจจุบันมีโรงงานผู้ผลิตเอทานอลทั้งสิ้น 28 ราย กําลังการผลิตเอทานอลรวม 6.77 ล้านลิตร/วัน ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตเอทานอล เดือน ก.ค. 67 อยู่ที่ 3.85 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากเดือน มิ.ย. 67 อยู่ที่ประมาณ 0.45 ล้านลิตร/วัน ปริมาณการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 56.89

สถานการณ์การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน

ข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เดือน ก.ค. 67 ประมาณ 31.24 ล้านลิตร/วัน ลดลงจากเดือน มิ.ย. 67 เท่ากับ 0.56 ล้านลิตร/วัน แบ่งเป็น

 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 : 0.07 ล้านลิตร/วัน

 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 : 5.47 ล้านลิตร/วัน

 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 : 17.64 ล้านลิตร/วัน

 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 : 7.64 ล้านลิตร/วัน

 น้ำมันเบนซิน 95 : 0.42 ล้านลิตร/วัน

ราคาเอทานอล (หน่วย: บาท/ลิตร)

ราคาวัตถุดิบในประเทศ (หน่วย: บาท/ลิตร)

สถานการณ์การใช้น้ํามันกลุ่มเบนซินและการใช้เอทานอล (หน่วย: ล้านลิตร/วัน)

บทวิเคราะห์สถานการณ์

สถานการณ์ตลาดเอทานอลและน้ำตาลโลก (สอน.)

   - (1) สำนักงานวิจัยพลังงานของบราซิล (EPE) รายงานว่า ความต้องการเชื้อเพลิงของประเทศบราซิลในปี 2567 น่าจะเพิ่มขึ้น 2.60 % และในปี 2568 น่าจะเพิ่มขึ้น 1.80 % โดย EPE ตั้งข้อสังเกตว่า ส่วนแบ่งในตลาดเชื้อเพลิงของบราซิล เอทานอลมีส่วนแบ่งในตลาดเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากมีอุปทานที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 45 % ของวงจรเชื้อเพลิงอ็อตโต (Otto) ซึ่งรวมความต้องการเชื้อเพลิงทั้ง น้ำมันเบนซิน แอนไฮดรัส และเอทานอลนับตั้งแต่ช่วงต้นปี ด้านสื่อท้องถิ่น ออกมาเตือนว่า สภาพอากาศที่แห้งแล้งจะทำให้ราคาไฟฟ้าของบราซิลในเดือนกันยายน 2567 พุ่งสูงขึ้น (2) กระทรวงผู้บริโภค อาหารและการกระจายสินค้าของประเทศอินเดีย ประกาศว่า โรงงานน้ำตาลในประเทศอินเดียจะได้รับการอนุญาตให้ใช้น้ำเชื่อมที่สกัดจากอ้อย และกากน้ำตาลบี (B – Heavy Molasses) เพื่อผลิตเอทานอลในปี 2567/2568 โดยยกเลิกข้อจำกัดเรื่องของจำนวนที่นำน้ำตาลไปผลิตเอทานอลที่เคยมีมาตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2566 แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะติดตามตลาดเพื่อให้แน่ใจว่ามีน้ำตาลเพียงพอสำหรับการบริโภคภายในประเทศ นอกจากนี้ โรงกลั่นเอทานอลจะสามารถซื้อข้าวได้ 2.30 ล้านตันจากบริษัทข้าวแห่งอินเดีย (Food Corporation of India)