ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569

ราคาเอทานอลอ้างอิง เดือนกรกฎาคม 2569

- บาท/ลิตร

สถานการณ์ราคาวัตถุดิบเพื่อผลิตเอทานอล (ไทย)

 กากน้ำตาล (ในประเทศ) : - บาท/กก.

 กากน้ำตาล (ส่งออก) : 5.33 บาท/กก. (มิ.ย. 69)

 มันสำปะหลัง 25% : 3.54 บาท/กก. (1-31 ก.ค. 69)

 มันเส้น : 7.58 บาท/กก. (1-31 ก.ค. 69)

สถานการณ์ราคาเอทานอล (ในและต่างประเทศ)

 เอทานอล (ไทย) : - บาท/ลิตร

 เอทานอล (ฟิลิปปินส์) : 41.84 บาท/ลิตร (มิ.ย. 69)

 เอทานอล (อเมริกา) : 16.46 บาท/ลิตร (1-31 ก.ค. 69)

 เอทานอล (บราซิล) : 16.25 บาท/ลิตร (1-31 ก.ค. 69)

สถานการณ์การผลิตเอทานอล

ปัจจุบันมีโรงงานผู้ผลิตเอทานอลทั้งสิ้น 29 ราย กําลังการผลิตเอทานอลรวม 7.02 ล้านลิตร/วัน ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตเอทานอล เดือน พ.ค. 69 อยู่ที่ 3.59 ล้านลิตร/วัน ลดลงจากเดือน เม.ย. 69 อยู่ที่ประมาณ 0.8 ล้านลิตร/วัน ปริมาณการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 51.17

สถานการณ์การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน

ข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เดือน พ.ค. 69 ประมาณ 30.58 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากเดือน เม.ย. 69 เท่ากับ 1.35 ล้านลิตร/วัน แบ่งเป็น

 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 : 0.05 ล้านลิตร/วัน

 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 : 6.45 ล้านลิตร/วัน

 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 : 18.43 ล้านลิตร/วัน

 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 : 5.41 ล้านลิตร/วัน

 น้ำมันเบนซิน 95 : 0.25 ล้านลิตร/วัน

ราคาเอทานอล (หน่วย: บาท/ลิตร)

ราคาวัตถุดิบในประเทศ (หน่วย: บาท/ลิตร)

สถานการณ์การใช้น้ํามันกลุ่มเบนซินและการใช้เอทานอล (หน่วย: ล้านลิตร/วัน)

บทวิเคราะห์สถานการณ์

สถานการณ์ตลาดเอทานอลและน้ำตาลโลก (สอน.)

   - กระทรวงการค้าและการพัฒนาอุตสาหกรรมของบราซิล (MDIC) ได้ออกมาตอบโต้การเรียกเก็บภาษีที่ไม่เป็นธรรมของสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม 25% สำหรับน้ำตาล เอทานอล และสินค้าอื่น ๆ จากบราซิล โดย MDIC ระบุว่า กระทรวงฯ จะใช้กฎหมายว่าด้วยการตอบโต้ทางเศรษฐกิจ (Economic Reciprocity Law) ของบราซิล และดำเนินข้อพิพาทผ่านองค์การการค้าโลก (WTO) นอกจากนี้ MDIC ระบุเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ เพิกเฉยต่อข้อเสนอของบราซิลที่ต้องการเจรจาร่วมกันเกี่ยวกับการเปิดตลาดน้ำตาลและเอทานอลระหว่างการเจรจาการค้า ด้านภาคอุตสาหกรรมน้ำตาลและเอทานอลของบราซิลแสดงความไม่พอใจต่อการเก็บภาษีเพิ่มเติมดังกล่าว ซึ่งกำหนดให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 โดยมองว่าเป็นมาตรการที่ไม่เป็นธรรม ขณะที่บริษัท SCA Brasil ระบุว่า การที่บราซิลยังคงเก็บภาษีนำเข้าเอทานอลในอัตรา 18% เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะหากลดภาษีลงจะทำให้เอทานอลจากสหรัฐฯ ไหลเข้าสู่ตลาดบราซิลเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ภาษีเพิ่มเติมของสหรัฐฯ ต่อเอทานอลจากบราซิลจะมีผลกระทบจำกัด เนื่องจากบราซิลส่งออกเอทานอลไปยังสหรัฐฯ ในปริมาณไม่มาก โดยคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของโรงงานในภาค ภาคเหนือ-ตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล ซึ่งเป็นพื้นที่หลักที่ส่งออกทั้งน้ำตาลและเอทานอลไปยังสหรัฐฯ ขณะที่โรงงานเอทานอลของสหรัฐฯ ได้ออกมาสนับสนุนกับมาตราการการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมดังกล่าว อย่างไรก็ตาม UNICA ระบุว่า ในปี 2568 บราซิลส่งออกน้ำตาล 420,000 ตัน และเอทานอล 253 ล้านลิตร ไปยังสหรัฐฯ ส่งผลทำให้สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกเอทานอลรายใหญ่อันดับสองของบราซิล ด้านบริษัทที่ปรึกษา Hedgepoint Global Markets มองว่า บราซิลยังคงสามารถส่งออกน้ำตาลไปยังสหรัฐฯ ภายใต้โควตาที่ได้รับจัดสรรได้ แม้ว่าผู้ส่งออกจะมีกำไรลดลงก็ตาม