ข้อมูล ณ วันที่ 24 มีนาคม 2569
ราคาเอทานอลอ้างอิง เดือนมีนาคม 2569
20.82 บาท/ลิตร
สถานการณ์ราคาวัตถุดิบเพื่อผลิตเอทานอล (ไทย)
กากน้ำตาล (ในประเทศ) : -
กากน้ำตาล (ส่งออก) : 3.54 บาท/กก. (ม.ค. 69)
มันสำปะหลัง 25% : 2.64 บาท/กก. (1 -24 มี.ค. 69)
มันเส้น : 6.80 บาท/กก. (1 -24 มี.ค. 69)
สถานการณ์ราคาเอทานอล (ในและต่างประเทศ)
เอทานอล (ไทย) : 20.82 บาท/ลิตร
เอทานอล (ฟิลิปปินส์) : 35.99 บาท/ลิตร (ก.พ. 69)
เอทานอล (อเมริกา) : 15.78 บาท/ลิตร (1 -24 มี.ค. 69)
เอทานอล (บราซิล) : 20.22 บาท/ลิตร (1 -24 มี.ค. 69)
สถานการณ์การผลิตเอทานอล
ปัจจุบันมีโรงงานผู้ผลิตเอทานอลทั้งสิ้น 28 ราย กําลังการผลิตเอทานอลรวม 7.02 ล้านลิตร/วัน ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตเอทานอล เดือน ม.ค. 69 อยู่ที่ 4.27 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากเดือน ธ.ค. 68 อยู่ที่ประมาณ 0.73 ล้านลิตร/วัน ปริมาณการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 60.79
สถานการณ์การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน
ข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เดือน ม.ค. 69 ประมาณ 32.33 ล้านลิตร/วัน ลดลงจากเดือน ธ.ค. 68 เท่ากับ 1.08 ล้านลิตร/วัน แบ่งเป็น
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 : 0.05 ล้านลิตร/วัน
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 : 4.87 ล้านลิตร/วัน
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 : 20.8 ล้านลิตร/วัน
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 : 6.24 ล้านลิตร/วัน
น้ำมันเบนซิน 95 : 0.36 ล้านลิตร/วัน
ราคาเอทานอล (หน่วย: บาท/ลิตร)
ราคาวัตถุดิบในประเทศ (หน่วย: บาท/ลิตร)
สถานการณ์การใช้น้ํามันกลุ่มเบนซินและการใช้เอทานอล (หน่วย: ล้านลิตร/วัน)
บทวิเคราะห์สถานการณ์
สถานการณ์ตลาดเอทานอลและน้ำตาลโลก (สอน.)
- (1) บริษัทที่ปรึกษา Datagro คาดว่า ในปี 2569 ความต้องการไฮดรัสจะเพิ่มขึ้น 3 พันล้านลิตร เป็น 24.30 พันล้านลิตร ด้านบริษัท FG/A ระบุว่า อัตราความคุ้มค่าของไฮดรัสเทียบกับน้ำมันเบนซินจำเป็นต้องอยู่ต่ำกว่า 65% เพื่อกระตุ้นความต้องการ โดยเฉพาะในรัฐที่ไฮดรัสยังไม่สามารถแข่งขันได้ ขณะที่บริษัทที่ปรึกษา Hedgepoint ระบุว่าอัตราความคุ้มค่าของไฮดรัสเทียบกับราคาน้ำตาลอยู่ที่ 17.40 เซนต์/ปอนด์ ซึ่งจำเป็นต้องลดลงไปที่ 13.50 เซนต์/ปอนด์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน หาก Petrobras ไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน อย่างไรก็ตามหากราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก อัตราความคุ้มค่าของไฮดรัสเทียบกับราคาน้ำตาลที่สามารถแข็งขันได้จะลดลงมาอยู่ที่ 16.20 เซนต์/ปอนด์ บริษัท Bionergia Brasil ระบุว่ากำลังดำเนินโครงการรณรงค์เพื่อกระตุ้นความต้องการเอทานอลในประเทศ โดย UNICA ระบุว่า การเพิ่มสัดส่วนการผสมเอทานอลจะช่วยลดราคาน้ำมันเบนซิน และมีอุปทานเพียงพอสำหรับ E35 อย่างไรก็ตามสมาคมชาวไร่แห่งบราซิล (Orplana) ไม่คาดว่าการเพิ่มสัดส่วนการผสมจะเกิดขึ้นก่อนกลางปี 2570 (2) ผู้อำนวยการฝ่ายเชื้อเพลิงชีวภาพของกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานของบราซิล ระบุว่า กระทรวงกำลังจัดทำแผนร่วมกับหลายภาคส่วนเพื่อพิจารณาเพิ่มสัดส่วนการผสมเอทานอลเป็น 35% โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากสภานโยบายพลังงานแห่งชาติ ภายหลังเรื่องผ่านการทดสอบทางเทคนิคและขั้นตอนด้านกฎระเบียบ ขณะที่สภานโยบายพลังงานแห่งชาติของบราซิล กล่าวว่า ช่วงเวลานี้เหมาะสมสำหรับการปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมเอทานอลไปสู่ E35 ด้าน UNICA ระบุว่า ปริมาณผลผลิตเอทานอลของบราซิลจะเพิ่มขึ้น 4 พันล้านลิตรในปี 2569/2570 ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการทั้งหมด ส่งผลให้บราซิลจะไม่เผชิญปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง และผู้ใช้รถยนต์จะได้รับผลกระทบจากราคาที่สูงขึ้นเพียงบางส่วนเท่านั้น นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่า การขาดแคลนน้ำมันดีเซลจะไม่ส่งผลกระทบต่อการหีบอ้อย เนื่องจากบางโรงงานใช้น้ำมันไบโอมีเทนแทน