ข้อมูล ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2567

ราคาเอทานอลอ้างอิง เดือนมิถุนายน 2567

30.40 บาท/ลิตร

สถานการณ์ราคาวัตถุดิบเพื่อผลิตเอทานอล (ไทย)

 กากน้ำตาล (ส่งออก) : 14.56 บาท/กก. (เม.ย. 67)

 มันสำปะหลัง 25% : 3.1 บาท/กก. (01-14 มิ.ย. 67)

 มันเส้น : 7.68 บาท/กก. (01-14 มิ.ย. 67)

สถานการณ์ราคาเอทานอล (ในและต่างประเทศ)

 เอทานอล (ไทย) : 30.40 บาท/ลิตร

 เอทานอล (ฟิลิปปินส์) : 53.81 บาท/ลิตร

 เอทานอล (อเมริกา) : 17.77 บาท/ลิตร (01-14 มิ.ย. 67)

 เอทานอล (บราซิล) : 18.06 บาท/ลิตร (01-14 มิ.ย. 67)

สถานการณ์การผลิตเอทานอล

ปัจจุบันมีโรงงานผู้ผลิตเอทานอลทั้งสิ้น 28 ราย กําลังการผลิตเอทานอลรวม 6.77 ล้านลิตร/วัน ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตเอทานอล เดือน เม.ย. 67 อยู่ที่ 3.61 ล้านลิตร/วัน ลดลงจากเดือน มี.ค. 67 อยู่ที่ประมาณ 0.38 ล้านลิตร/วัน ปริมาณการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 55.94

สถานการณ์การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน

ข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เดือน เม.ย. 67 ประมาณ 31.78 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากเดือน มี.ค. 67 เท่ากับ 1.1 ล้านลิตร/วัน แบ่งเป็น

 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 : 0.07 ล้านลิตร/วัน

 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 : 5.76 ล้านลิตร/วัน

 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 : 17.49 ล้านลิตร/วัน

 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 : 8.05 ล้านลิตร/วัน

 น้ำมันเบนซิน 95 : 0.41 ล้านลิตร/วัน

ราคาเอทานอล (หน่วย: บาท/ลิตร)

ราคาวัตถุดิบในประเทศ (หน่วย: บาท/ลิตร)

สถานการณ์การใช้น้ํามันกลุ่มเบนซินและการใช้เอทานอล (หน่วย: ล้านลิตร/วัน)

บทวิเคราะห์สถานการณ์

สถานการณ์ตลาดน้ำตาลและเอทานอลโลก (สอน.)

   - บริษัทที่ปรึกษา Pecege Consultoria รายงานข้อมูลว่า ชาวไร่อ้อยของประเทศบราซิลได้รับประโยชน์จากราคาเชื้อเพลิง และราคาวัตถุดิบที่ลดลงในปี 2566/2567 ในขณะที่ปริมาณผลผลิตอ้อยที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของบราซิลปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สำนักงานปิโตรเลียมก๊าซธรรมชาติ และเชื้อเพลิงแห่งชาติบราซิล (ANP) รายงานข้อมูลว่า ในช่วงสุดสัปดาห์เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2567 ราคาขายปลีกของไฮดรัสของบราซิลลดลง 0.30% ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินยังคงทรงตัว ซึ่งส่งผลให้เมื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าราคาไฮดรัสกับราคาน้ำมันเบนซินดีขึ้นจาก 65.30% เป็น 65.10 % โดยในเดือนเมษายน 2567 มีอัตราการใช้แอนไฮดรัสอยู่ที่ 1.82 พันล้านลิตร เพิ่มขึ้น 56% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ลดลง 4 % เมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้อุปสงค์เอทานอลของบราซิลในช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2567 อยู่ที่ 7.22 พันล้านลิตร เพิ่มขึ้น 57% และสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่ความต้องการน้ำมันเบนซินลดลง 6% เหลือ 14.20 พันล้านลิตร โดยบริษัทด้านธุรกิจการเกษตร FGV มีการสำรวจพบว่า การใช้เชื้อเพลิงชีวภาพช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของบราซิลได้ 15 ล้านตัน ในไตรมาสแรกของปี 2567 ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ปี 2563